ดูบทความSynology Computex 2018 มีอะไรบ้าง?(รูปเยอะ)

Synology Computex 2018 มีอะไรบ้าง?(รูปเยอะ)

หมวดหมู่: บทความของฉัน

เขียนโดย พีรวิชญ์

Synology Computex 2018 @Taipei

จัดกันเป็นประจำทุกปีกับงาน Computex สำหรับการโชว์ของแบรนด์ Synology ที่ขนการมาโชว์แต่ปีนี้ค่อนข้างบูท Solution ค่อนข้าง

น้อยเมื่อเทียบกับปีที่แล้วอาจจะเป็นเพราะปีนี้เน้นไปทางการเปิดตัว NAS รุ่นใหม่ๆมากกว่า

วันนี้ผมเลยจะมาสรุปรวมความพร้อมกับภาพบรรยากาศภายในงาน......ไปอ่านกันเลย

งานของ Synology จัดขึ้นที่ห้าง Eslite

อยู่ย่านรถไฟฟ้า Taipei City Hall เดินขึ้นมาชั้น 6 ก็จะเห็นหน้างานแบบนี้ละครับผม

รุ่นใหม่มีอะไรบ้าง?

เริ่มกันที่รุ่น RackStation นั่นคือ RS129+ เป็น NAS ตระกูล 8 Bay ประวัติศาสตร์สำหรับ Synology เลยก็ว่าได้

เพราะปกติแล้ว NAS ที่เป็น Rack นั้นจะมี 4, 12, 16 Bay ตามลำดับ

กลับมาที่ตัวรุ่นเจ้า RS1219+ นั้นเป็นแบบ 8 Bay ที่สามารถต่อขยายเพิ่มได้อีก 4 Bay (ใช้รุ่น RX418)

ส่วนสเปคถ้าดูตามรูปก็จะคล้ายรุ่น RS818+ นั่นแหละฮ่ะ

มาดูที่ท้ายเครื่องกันบ้าง

ก็จะเห็นว่าค่อนข้างใหญ่เพราะเป็นขนาด 2U จะมีพัดลมระบายความร้อนสองข้าง

Port Lan Gigabit x 4 Port และก็มี USB 3.0 x 2 Port 

เปิดฝาดูภายใน

จะเห็นว่าบอร์ดออกแบบดูเรียบง่ายสังเกตุที่ slot ของ Ram ที่สามารถเพิ่มเติมได้เองง่ายกว่ารุ่น RS818+ 

 RS1619xs+

นี้เป็นรุ่นที่มีการเปลี่ยนแปลงอีกเช่นกัน คือในตัว Body NAS 4 Bay แบบ Rack นั้น (RS818+) ถูก Synology จับยัดสเปคเทพลงไป

ด้วยการเอา CPU แบบ Xeon ลงไปทำให้เป็นรุ่นที่เล็กแต่แรงโครตๆ ดูรวมๆล้วน่าจะเหมาะกับออฟฟิตที่ไม่ต้องการใส่ HDD ได้เยอะๆ

แต่จะมีคนใช้งานค่อนข้างมากแล้วอาจจะต้องการใช้งาน Virtual Manchine เป็นหลักอะไรทำนองนั้น

 

 

เปิดฝาดูภายใน

ก็บอกแล้วของมันแรงเห็นแรกชัดๆเลยคือ RAM มันสามารถอัพเกรดได้สูงสุด 64GB จะลง VM กี่ตัวก็หายห่วงสบายๆ

กลัวช้าหรอไม่ต้องห่วง

สำหรับคนที่กำลังคิดว่าเอ้ย NAS มันแค่ 4 Bay เองนะมันจะเขียนทันหรอถ้ามีคนใช้เยอะๆ คำตอบคือมันทำ support สำหรับ

M.2 SATA แล้วหรือจะใส่ NVMe ก็ได้เช่นกัน

แล้วรุ่นตั้งโต๊ะละมีอะไรบ้าง?

แน่นอนถ้าจะเปิดตัวแต่รุ่นที่เป็น Rack Station ก็ดูจะน่าน้อยใจสำหรับคนใช้งานตามบ้านหรือในออฟฟิตเล็กๆ

สำหรับรายนามรุ่นใหม่มีดังนี้

  1. DS1618+
  2. DS2419+
  3. DS1019+
  4. DS419slim

เปิดตัวก่อนใคร DS1618+

ถ้าใครได้ติดตามข่าวคราวจากทาง Synology ก็จะทราบดีว่าเจ้าตัว 6 Bay หรือ DS1618+ เพิ่ง Launch ขึ้นเว็บไซต์เมื่อช่วงเดือนก่อนที่ผ่านมา

ด้วยสเปคที่ประกาศออกมาทำให้ลูกค้าของบีแนสเองก็ถามหาอยากจะได้มาใช้งานเพราะ Peformance ก็เจ้าตัวนี้เรียกได้ว่าโดดเด่นกว่า

รุ่นพี่อย่าง DS1817+ อยู่พอสมควรเนื่องจาก CPU ของตัวนี้เป็น Intel Atom ใน Gen ที่ใหม่กว่าและ RAM สามารถจะขยายได้สูงสุดถึง 32GB

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม > เปิดตัวใหม่ Synology DS1618+ กับการก้าวครั้งใหม่ในขนาด 6 Bay

พี่ใหญ่มาแล้ว DS2419+

ห่างหายไปนานมากสำหรับตระกูล DS24xx ซึ่งเดิมรุ่นก่อนคือ DS2415+ ถ้านับอายุจนมาถึงตอนนี้ก็ประมาณ 4 ปี ในรุ่นใหม่สเปค Hardware นั้น

ถูกอ้างอิงมาจาก DS1618+ นั้นเอง ส่วนตัวผมได้ลองแงะงัดดูแล้วการออกแบบรุ่นนี้ทำให้เราสามารถอัพเกรด NAS ได้ง่ายขึ้นฝาข้างสามารถเปิดเพื่อ

Upgrade RAM ได้และฝาด้านบนก็สามารถเอื้อมมือไปใส่การ์ด 10Gbps หรือ M2D17 M.2 SSD ได้เช่นกัน

นี่สินะ M2D17 M.2 SSD

ยอมรับว่าเพิ่งเคยเห็นตัวเป็นๆเนื่องจากในไทยยังไม่มีลูกค้าเจ้าไหนที่ได้ลองใส่แต่น่าจะ Card ตัวนี้ดูเท่ห์ไม่เบา ถ้าหากเราใช้งาน

NAS Synology แล้วเราจะกลัว Hard Disk เขียนข้อมูลไม่ทันหรือเกิดคอขวดเจ้าตัวนี้ช่วยได้เพราะมันจะเอา M.2 มาเป็น Cache

ทำให้ส่งข้อมูลได้เร็วขึ้นตอบสนองในการเรียกใช้งานดีขึ้นนั่นเอง

เธอเป็นใครเราเคยเจอกันรึเปล่า DS1019+

ถือว่าเป็นเรื่องที่ประหลาดใจมากที่ Synology ได้ออกรุ่นใหม่ที่อยู่ในกลุ่ม Plus Series แบบ 5 Bay ซึ่งเดิมเรามีรุ่น DS1517+ อยู่แล้ว

แล้วเจ้าตัวนี้มันจะเป็นยังไงละ?

มันเป็นการพัฒนาต่อยอด DS918+ นั่นเองคือสเปคทุกอย่างเหมือนกันแต่ถูกเพิ่มขนาด Bay ให้มากขึ้น ขยายได้สูงสุดรวมเป็น 10 Bay

จิ๋วแต่แจ๋ว DS619slim

ยอมรับเดินมาตัวนี้ถึงกับจะต้องหยุดเพื่อมองเป็น NAS ขนาดไซต์มินิมากๆแต่ตัวแบบนี้สเปคไม่ได้มินิตามนะคร้าบ

เพราะใช้ CPU : Intel Celeron J3355 Dual Core 2.0GHz up 2.5GHz และ RAM : 2GB DDR3L up to 8GB

แถม Lan 1Gbps x 2 Port รองรับทำ Aggregation อีกต่างหาก

มันสามารถใส่ HDD หรือ SSD ก็ได้นั่นหมายความว่าถ้าตอนนี้ HDD SATA ขนาด 2.5" 1TB x 6 ลูก (RAID 5) จะได้พื้นที่ประมาณ 5TB เลยนะ

หรือจะเน้นความเร็วในการเขียนการอ่านก็ใส่ SSD ก็จี๊ดจ๊าดขึ้นไปอีก

มันเหมาะกับใคร?

  1. สำหรับคนใช้ตามบ้านที่ข้อมูลไม่ได้เยอะมากราวๆ 5-6 TB เก็บรูปเก็บวีดีโอตัวนี้ตอบโจทย์
  2. สำหรับคนที่อยากพกพา NAS ไป เช่นตากล้อง หรืองานวีดีโอที่ต้องการ อุปกรณ์เก็บข้อมูความเร็ว
  3. สำหรับอยากทำออฟฟิตเคลื่อนที่ เพราะบางคนจะต้องออกไปทำงานข้างนอกแล้วต้องทำงานเป็นทีมตัวนี้ก็ตอบโจทย์เพราะ
    ไฟล์งานเอกสารส่วนใหญ่ข้อมูลขนาดนั้นไม่ใหญ่มา เรายังสามารถตั้ง Cloud Share Sync เพื่อมาสำรองไว้ที่สาขาหลักก็ได้อีกเหมือนกัน

ก้าวใหม่กับ Mesh

ในปีก่อนๆ Synology นั้นมี Product Line ที่เป็นกลุ่ม Network อยู่แล้วคือพวกรุ่น RT1900ac หรือ RT2600ac แต่มาคราวนี้

Synology กล้าคิดกล้าทำออก Mesh มาเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าตามบ้านหรือออฟฟิตขนาดเล็กที่ต้องการใช้ระบบ Wifi แบบให้ครอบคลุมพื้นที่

 

Mesh คืออะไร?

ขออธิบายแบบย่อๆ มันจะคล้ายๆ Repeater ครับแต่ระบบการทำงานดีกว่าคือถ้าเรามีเจ้า mesh วางให้สัญญาณคลุมรอบพื้นที่แล้ว

มันสามารถจะคุยกันเองได้ครับ ถ้าเราเดินไปโซนไหน ตัวไหนส่งสัญญาณแรงกว่ามันก็ทำหน้าที่ดูแลเราแทน แต่เจ้าตัว Repeater

มันจะรั้งเราไว้จนกว่าสัญญาณมันไม่สามารถส่งถึงเรามันถึงจะปล่อยเราไปเกาะ Wifi ตัวอื่น

และแน่นอนเราสามารถใช้ชื่อ Wifi เดียวกันทั้งบ้านเลย(เรียกว่า SSID)

ใช้งานยากไหม?

ด้วยความที่เป็น Synology ทำ Router เดิมอยู่แล้วเขาก็หยิบ SRM (Synology Router Management) มาใส่ใน Mesh ตัวนี้

ทำให้งาน Configuration ทำออกมาได้ง่ายดายกำหนดค่าต่างๆก็เข้าใจง่าย (รอดูคลิปวีดีโอภายลังนะครับ)

การใช้งานที่บ้านแบบไม่บ้านๆ

คราวนี้ก็มาถึงบูทที่โชว์การใช้งานดูหนัง ฟังเพลง ซึ่งแน่นอนคนที่ใช้งาน NAS ตามบ้านอย่างเราๆคงหนีเรื่องเล่านี้ไม่พ้นแน่นอน

ซึ่งความเปลี่ยนแปลงนั้นมากพอสมควร

Alexa เธอเข้ามาเปลี่ยนแปลง

ผู้ช่วยอัจฉริยะจาก Amazon นั้นสามารถเข้ามาทำงานร่วมกับ NAS Synology ได้โดยเราเพียงสั่งด้วยเสียงเบาๆว่า

"Alexa Open Music" เสียงเพลงก็จะดังขึ้นทันทีโดยที่เพลงที่เล่นนั้นถูกเก็บไว้ใน NAS นั่นเอง

Feature สำหรับ Business มีอะไรใหม่

งานนี้ที่ผมดูแล้วประทับใจที่สุดก็คงจะเป็น App Active Backup for Server ซึ่งเดิมนั้น Active Backup สามารถที่จะ Backup ข้อมูล

จาก Server ได้อยู่แล้วเพียงเรากรอก IP address, Username, Password ของเครื่อง Server นั้นเจ้าตัว Active Backup 

ก็จะทะลุลวงถึง Folder ต่างๆให้เราเลือกมา Backup ข้อมูลไว้ที่ NAS

แต่การเปลี่ยนแปลง Active Backup For Server ครั้งนี้

มันสามารถที่จะ Backup ในแบบ Physical Server ได้แล้ว!! หมายความว่าอะไร?

หมายความว่าถ้าเครื่อง Server ที่เราใช้งานหลัก เช่นใน Software โปรแกรมบัญชี Express หรือโปรแกรม ERP, Data base ทั้งหลาย

เกิดวันดีคืนดีมีปัญหาระบบล่มหรือ Hardware พังมีความบรรลัยเกิดแล้วละก็ เราสามารถให้ NAS Synology ช่วยเราได้

1. Clone ตัว Backup ไฟล์มารันผ่าน VM ผ่าน Virtual Manchine Manger ของ Synology นั่นเอง

2. Clone ตัว Backup แล้วออกมาเป็นไฟล์แบบ Image เราสามารถเอาไฟล์นี้ไป Boot รันต่อที่เครื่องอื่นได้

ใครว่า NAS ไม่เร็วมาต้องมาลอง

ในบูทนี้เค้าโชว์ว่าการโอนไฟล์ผ่าน Thunder bolt เข้าไปที่ NAS Synology นั้นเร็วขนาดไหนแต่คุณอาจจะสงสัยได้ว่า NAS Synology

มันไม่มี Port Thunder bolt นี้น่า คำตอบคือคุณลองเลื่อนภาพลงมาครับ

Adaptor Thunderbolt to LAN 10Gbps

ถ้างานของเราใช้ Mac เป็นหลักแต่อยากได้ Performance ในการโอนไฟล์มากกว่า Lan แล้วละก็คุณควรมีเจ้าตัวนี้ติดไว้

 

แล้ว Performance มันเป็นยังไง?

จากรูปมันเขียนได้เร็วถึง 821 MB/s บางช่วงอาจจะไปถึง 900MB/s และความเร็วในการอ่านสามารถทำได้ถึง 1,054 MB/s (1GB/s)

ผมถาม Staff Synology ว่าตอนนี้มันวิ่งเต็มท่อ Bandwidth เลยไหม?

แน่นอนวิ่ง Full Capacity 100% ของ Thunder bolt จะวิ่งได้ (เขาตอบ)

ถ้าคุณสังเกตุงานแบบนี้ CPU ของ NAS นั้นถูกดึงเข้ามาใช้เป็นหลัก กราฟสีฟ้าซ้ายบน

แล้วระบบ Surveillance ละมีอะไรใหม่?

ในบูทโชว์จอใหญ่ๆ สองจอโดยใช้เจ้า VS960HD ที่สามารถ Display จอออกมาได้สูงสุด 96 กล้องนั้นเอง

ทาง Synology เค้ามี Softwarer Engineer ที่พัฒนาอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้วในปีนี้ฟังก์ชั่นใหม่จะมีอะไรเลื่อนลงไปด้านล่างเลยครับ

Intelligent Surveillance Solution

ความเจ๋งก็จะเป็นการเอามือถือที่เราใช้มาแทนเป็นกล้องวงจรปิดสามารถส่งภาพเข้ามาบันทึกที่ระบบของ NAS ได้เลยสำหรับคนที่อยากใช้งาน

ระบบกล้องวงจรปิดแต่ก็ไม่ยากจะเพิ่มกล้องติดตั้งให้ยุ่งยาก เช่น อยากจะดูลูกที่อยู่ในห้องแต่คุณอาจจะต้องเข้าไปที่ครัวเพื่อทำอาหาร

ก็ใช้มือถือในการเปิดดูลูกไว้แล้วใช้ iPad อีกสักเครื่องเปิดดูในตอนทำอาหารไปก็ได้

08 มิถุนายน 2561

ผู้ชม 965 ครั้ง